วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สแกนเนอร์





สแกนเนอร์ (Scanner)
สแกนเนอร์ คืออุปกรณ์จับภาพและเปลี่ยนแปลงภาพจากรูปแบบของแอนาลอกเป็นดิจิตอล ซึ่งคอมพิวเตอร์ สามารถแสดง, เรียบเรียง, เก็บรักษาและผลิตออกมาได้ ภาพนั้นอาจจะเป็นรูปถ่าย, ข้อความ, ภาพวาด หรือแม้แต่วัตถุสามมิติ สแกนเนอร์แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ


1.สแกนเนอร์ดึงกระดาษ (Sheet - Fed Scanner) สแกนเนอร์แบบนี้จะรับกระดาษแล้วค่อย ๆ เลื่อนหน้ากระดาษแผ่นนั้นให้ผ่านหัวสแกนซึ่งอยู่กับที่ข้อจำกัดของสแกนเนอร์ แบบเลื่อนกระดาษ คือสามารถอ่านภาพที่เป็นแผ่นกระดาษได้เท่านั้นไม่สามารถอ่านภาพจากสมุดหรือหนังสือได้
2.สแกนเนอร์แท่นเรียบ (Flatbed Scanner) สแกนเนอร์แบบนี้จะมีกลไกคล้าย ๆ กับเครื่องถ่ายเอกสาร เราแค่วางหนังสือหรือภาพไว้ บนแผ่นกระจกใส และเมื่อทำการสแกน หัวสแกนก็จะเคลื่อนที่จากปลายด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง ข้อจำกัดของสแกนเนอร์ แบบแท่นนอนคือแม้ว่าอ่านภาพจากหนังสือได้ แต่กลไกภายในต้องใช้ การสะท้อนแสงผ่านกระจกหลายแผ่น ทำให้ภาพมีคุณภาพไม่ดีเมื่อเทียบกับแบบแรก สแกนเนอร์มือถือ (Hand - Held Scanner) สแกนเนอร์แบบนี้ผู้ใช้ต้องเลื่อนหัว
3.สแกนเนอร์ไปบนหนังสือหรือรูปภาพเอง สแกนเนอร์ แบบมือถือได้รวม เอาข้อดีของสแกนเนอร์ ทั้งสองแบบเข้าไว้ด้วยกันและมีราคาถูก เพราะกลไกที่ใช้ไม่ สลับซับซ้อน แต่ก็มีข้อจำกัด ตรงที่ว่าภาพที่ได้จะมีคุณภาพแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอ ในการเลื่อนหัวสแกนเนอร์ของผู้ใช้งาน



เทคโนโลยีการสแกนภาพ



เทคโนโลยีแบบ PMT ใช้หัวอ่านที่ทำจากหลอดสูญญากาศให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าและสามารถขยาย สัญญาณได้กว่าร้อยเท่า ทำให้ภาพที่ได้มีความละเอียดสูงและมีราคาแพง แบบ CIS (Contact Image Sensor) เทคโนโลยีแบบ CIS หรือ Contact image sensor ใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์แบบสัมผัสภาพซึงเป็นระบบการทำงานที่ตัวรับแสงจะรับแสงที่สะท้อนกลับจากภาพมายังตัวเซนเซอร์โดยตรงไม่ต้องผ่านกระจกเลนส์ ลำแสงสีขาวที่ใช้ในการสแกนจะมี 3 หลอดสีคือ สีแดง , น้ำเงิน และ เขียว ทั้ง 3 หลอดจะสร้างแสงสีขาวขึ้นมาเพื่อใช้สแกน สำหรับสแกนเนอร์ที่ใช้ระบบ CIS นี้ ให้ความละเอียดสูงสุดได้ประมาณ 600 จุดต่อนิ้ว



ประเภทของภาพที่เกิดจากการสแกน

ภาพ Single Bit เป็นภาพที่มีความหยาบมากที่สุดใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูล น้อยที่สุดและ นำมาใช้ประโยชน์อะไรไม่ค่อยได้ แต่ข้อดีของภาพประเภทนี้คือ ใช้ทรัพยากรของเครื่องน้อยที่สุดใช้พื้นที่ ในการเก็บข้อมูลน้อยที่สุด ใช้ระยะเวลาในการสแกนภาพน้อยที่สุด ภาพพวกนี้จะมีส่วนประกอบมากกว่าภาพขาวดำ โดยจะประกอบด้วยเฉดสีเทาเป็นลำดับขั้น ทำให้เห็นรายละเอียดด้านแสง-เงา ความชัดลึกมากขึ้นกว่าเดิมภาพพวกนี้แต่ละพิกเซลหรือแต่ละจุดของภาพอาจประกอบด้วยจำนวนบิตมากกว่า ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น ภาพสี หนึ่งพิกเซลของภาพสีนั้นประกอบด้วยจำนวนบิตมหาศาล และใช้พื้นที่เก็บข้อมูลมาก ความสามารถในการสแกนภาพออกมาได้ละเอียดขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่าใช้สแกนเนอร์ขนาดความละเอียดเท่าไร

ที่มา http://elibrary.eduzones.com/index.php?title














วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะ

เทคโนโลยีของอาคารอัจฉริยะ




อาคารอัจฉริยะ เป้นอาคารที่มีแนวความคิดจากประเทศสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นที่ต้องการให้มีความทันสมัยตามความต้องการของธุรกัจในปัจจุบันและอนาคตเป็นมีการผสมผสานของเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายในอาคารยังต้องประกอบไปด้วยระบบย่อยอื่นๆที่ทำหน้าที่สนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ของคนภายในอาคารระบบสำนักงานอัตโนมัติมี3ระบบหลักดังนี้
1.ระบบสำนักงานอัตโนมัติ เป็นระบบที่ต้องอาศัยคอมพิวเตอร์อาจจะเป็นระบบเมนเฟรม มินิคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนำมาเชื่อมต่อการทำงานเข้าด้วยกันกลายเป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
2.ระบบสื่อสารโทรคมนาคม ระบบนี้จะมีความลำหน้กว่าอาคารสำนักงานทั่วๆไป(ที่มีเพียงการสื่อสารด้วยโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว)
3.ระบบอาคารอัตโนมัติ เป็นระบบที่ควบคุมการทำงานของอาคารโดยตรง แบ่งเป็นระบบควบคุมอาคารระบบรักษาความปลอดภัยซึ่งควบคุมการทำงานโดยระบบคอมพิวเตอร์มีรายลเอียดดังนี้








3.1ระบบอาคาร จะควบคุมในสิ่งต่อไปนี้
1.ระบบปรับอากาศและความชื้นภายในห้องภายในอาคารให้มีอุณหภูมิตามที่ต้องการ

2.ระบบควบคุมลิฟต์อัตโนมัติ ที่ควบคุมการเคลื่อนที่ของลิฟต์ให้ขึ้นลงได้อย่างนิ่มนวลรวดเร็วและปลอดภัย
3.2ระบบรักษาความปลอดภัย
3.3การจัดสภาพแวดล้อมในอาคาร

3.4ระบบโครงสร้างอาคาร